นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้ SMMSUPER

ปรับปรุงล่าสุด 17/09/26

เว็บไซต์ smmsuper.io


นโยบายฉบับนี้มีผลตั้งแต่วันที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ และใช้กับผู้ใช้เดิมและผู้ใช้ใหม่ รวมถึงข้อมูลที่เก็บไว้ก่อนวันที่เผยแพร่ซึ่งยังคงถูกเก็บ ใช้ เปิดเผย ตรวจสอบ หรือประมวลผลภายใต้ความสัมพันธ์ที่ยังดำเนินอยู่กับ SMMSUPER การเข้าใช้บริการต่อภายหลังวันที่เผยแพร่ถือว่าผู้ใช้ได้รับทราบนโยบายฉบับล่าสุด ทั้งนี้ กิจกรรมที่ต้องอาศัยความยินยอมโดยเฉพาะจะขอความยินยอมแยกต่างหาก


ส่วนที่ 1 นโยบายความเป็นส่วนตัว

1 ผู้ควบคุมข้อมูลและการติดต่อ

1.1 ผู้ดำเนินการเว็บไซต์ SMMSUPER เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับกิจกรรมที่เรากำหนดวัตถุประสงค์และวิธีประมวลผล เช่น การจัดการบัญชี การรับชำระเงิน การดูแลคำสั่งซื้อ และความปลอดภัยของเว็บไซต์

1.2 เจ้าของข้อมูลสามารถติดต่อเรื่องความเป็นส่วนตัวและยื่นคำขอใช้สิทธิผ่านเมนูตั๋วช่วยเหลือ โดยระบุหัวข้อ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หากไม่มีบัญชีหรือไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ ให้ใช้ช่องทางติดต่อทางการที่แสดงบนเว็บไซต์ smmsuper.io โดยไม่จำเป็นต้องสมัครบัญชีเพื่อยื่นคำขอ

1.3 นโยบายนี้ใช้กับผู้เข้าชม ผู้สมัคร ผู้ใช้ ผู้ติดต่อ ตัวแทนองค์กร ผู้เข้าร่วมโปรแกรม Affiliate ผู้ชำระเงิน และบุคคลที่ข้อมูลเกี่ยวข้องกับการสั่งงาน สำหรับข้อมูลลูกค้าปลายทางที่เราประมวลผลตามคำสั่งของเอเจนซี่ บทบาทและหน้าที่จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงและข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง ไม่ถือว่าเราเป็นเพียงผู้ประมวลผลในทุกกิจกรรมโดยอัตโนมัติ


2 ข้อมูลที่เราเก็บและแหล่งที่มา

2.1 เราเก็บข้อมูลที่ผู้ใช้ให้โดยตรงเมื่อสมัคร เติมเงิน สั่งงาน ติดต่อฝ่ายช่วยเหลือ หรือใช้สิทธิ รวมถึงข้อมูลที่เกิดจากการใช้ระบบและข้อมูลจากผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นต่อกิจกรรมนั้น

รายละเอียดมีดังนี้:

  • บัญชีและการติดต่อ: ชื่อผู้ใช้ อีเมล ชื่อผู้ติดต่อ โทรศัพท์ถ้ามีให้ และข้อมูลยืนยันบัญชีที่ผู้ใช้ส่ง
  • ธุรกิจและเอกสาร: ชื่อองค์กร ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และข้อมูลผู้ประสานงานเมื่อขอเอกสาร
  • คำสั่งซื้อ: รหัสบริการ ลิงก์หรือชื่อบัญชีเป้าหมาย จำนวน ยอดเริ่มต้น เวลา สถานะ ประวัติ Refill และการยกเลิก
  • การชำระเงิน: ยอด เวลา เลขอ้างอิง ชื่อผู้ชำระ ข้อมูลบัญชีที่ปรากฏในหลักฐานเท่าที่จำเป็น และผลยืนยันจากผู้รับชำระ
  • การใช้งานและความปลอดภัย: IP address ประเภทอุปกรณ์ เบราว์เซอร์ เวลาเข้าใช้ บันทึกข้อผิดพลาดและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย
  • การสนับสนุน: ข้อความตั๋ว อีเมล ไฟล์แนบ ประวัติการแก้ปัญหา และข้อมูลที่ผู้ใช้แจ้ง
  • สิทธิและการตั้งค่า: ระดับสมาชิก โบนัส การตั้งค่าการแจ้งเตือน หลักฐานความยินยอมและการถอนความยินยอม
  • การเชื่อมต่อเสริม: ข้อมูลเรียก API รหัสรายการ โทเคนหรือรหัสบัญชีของเครื่องมือที่จำเป็นเมื่อผู้ใช้เปิดเชื่อมต่อ
  • ข้อมูลตรวจสอบปลายทาง: ยอดที่มองเห็นได้ สถานะการเข้าถึง และเวลาตรวจจากแพลตฟอร์มหรือผู้ส่งมอบ เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและมีสิทธิเก็บ
  • โปรแกรม Affiliate: รหัสหรือลิงก์แนะนำ ผู้แนะนำ ผู้ถูกแนะนำ ความสัมพันธ์ของบัญชี ประวัติค่าคอมมิชชัน การถอน และการแปลงค่าคอมมิชชันเป็นเครดิต
  • การยืนยันตัวตนและการถอน Affiliate: ชื่อ-นามสกุล ข้อมูลและเอกสารที่ใช้ยืนยันตัวตน ข้อมูลบัญชีธนาคาร และผลการตรวจสอบ เฉพาะกรณีที่ใช้ฟังก์ชันถอนค่าคอมมิชชันเป็นเงินจริง
  • การป้องกันการฉ้อโกง: ความสัมพันธ์ของบัญชี อุปกรณ์ IP รูปแบบการเข้าใช้ ธุรกรรม วิธีชำระเงิน ประวัติ Chargeback และข้อมูลที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นต่อการตรวจสอบ

2.2 เมื่อได้รับข้อมูลของบุคคลอื่นจากเอเจนซี่ ผู้ชำระแทน หรือแหล่งอื่น เราจะประเมินฐานกฎหมายและหน้าที่แจ้งข้อมูลแก่เจ้าของข้อมูลตามกฎหมาย การที่ข้อมูลปรากฏเป็นสาธารณะไม่ได้หมายความว่านำไปใช้ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด

2.3 หากผู้ให้บริการชำระเงินรับข้อมูลบัตรหรือข้อมูลยืนยันการชำระโดยตรง ข้อมูลดังกล่าวอยู่ภายใต้การประมวลผลของผู้ให้บริการนั้นตามบทบาทของตน เราจะระบุข้อมูลที่เราได้รับจริง และไม่ถือว่าตนมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลการเงินทั้งหมดของผู้ใช้

2.4 เราไม่ร้องขอรหัสผ่านธนาคาร OTP รหัสกู้คืน หรือกุญแจส่วนตัวของกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ใช้ไม่ควรส่งข้อมูลเหล่านี้ รวมถึงข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่จำเป็น เช่น ศาสนา สุขภาพ หรือประวัติอาชญากรรม หากต้องยืนยันตัวตน จะใช้ข้อมูลขั้นต่ำและเปิดให้ปิดส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม

2.5 หากมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวจริง เราจะกำหนดฐานกฎหมายและแจ้งรายละเอียดเฉพาะก่อนดำเนินการ ไม่อาศัยการยอมรับเงื่อนไขบริการเป็นความยินยอมครอบคลุม


3 วัตถุประสงค์และฐานกฎหมาย

เราใช้ข้อมูลตามความจำเป็นของแต่ละกิจกรรม โดยประเมินฐานกฎหมายที่ใช้ได้จริง ไม่ถือว่าทุกวัตถุประสงค์ต้องอาศัยความยินยอม และไม่ใช้การระบุฐานกฎหมายหลายฐานเพื่อหลีกเลี่ยงสิทธิของเจ้าของข้อมูล

รายละเอียดมีดังนี้:

  • สมัคร เข้าสู่ระบบ และดูแลบัญชี: ข้อมูลบัญชี การติดต่อ และการยืนยันตัวตน ฐานกฎหมายที่ใช้ตามกรณี: การปฏิบัติตามสัญญาหรือการดำเนินการก่อนทำสัญญาตามคำขอ
  • รับออเดอร์ ส่งมอบ ติดตาม และ Refill: ลิงก์เป้าหมาย รายการงาน และผลตรวจยอด ฐานกฎหมายที่ใช้ตามกรณี: สัญญาสำหรับข้อมูลคู่สัญญา ส่วนข้อมูลบุคคลอื่นต้องประเมินประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายหรือฐานอื่นที่เหมาะสม
  • เติมเงิน กระทบยอด คืนเงิน และออกเอกสาร: ข้อมูลธุรกรรมและข้อมูลออกเอกสาร ฐานกฎหมายที่ใช้ตามกรณี: สัญญา และหน้าที่ตามกฎหมายด้านบัญชีหรือภาษีที่ใช้กับกิจกรรมนั้น
  • รับเรื่องและแก้ข้อร้องเรียน: การติดต่อ ประวัติออเดอร์ และหลักฐาน ฐานกฎหมายที่ใช้ตามกรณี: สัญญา หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการจัดการข้อพิพาท
  • ป้องกันการฉ้อโกงและรักษาระบบ: บันทึกการเข้าใช้ ธุรกรรม และข้อมูลเหตุการณ์ ฐานกฎหมายที่ใช้ตามกรณี: ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายที่ผ่านการชั่งน้ำหนัก หรือหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • จัดสิทธิสมาชิกและโบนัสที่ผู้ใช้เข้าร่วม: ยอดที่เข้าเงื่อนไขและประวัติสิทธิ ฐานกฎหมายที่ใช้ตามกรณี: การปฏิบัติตามข้อตกลงของโปรแกรม
  • จัดการโปรแกรม Affiliate: ข้อมูลผู้แนะนำ ผู้ถูกแนะนำ ค่าคอมมิชชัน ประวัติการถอนและการแปลงเป็นเครดิต ฐานกฎหมายที่ใช้ตามกรณี: การปฏิบัติตามข้อตกลงของโปรแกรม และฐานอื่นที่เหมาะสมตามกิจกรรม
  • ยืนยันตัวตนสำหรับการถอนค่าคอมมิชชัน: ข้อมูล KYC และบัญชีธนาคาร ฐานกฎหมายที่ใช้ตามกรณี: การดำเนินการตามคำขอถอน การตรวจสอบผู้รับเงิน และการป้องกันการฉ้อโกง
  • ส่งข่าวสารการตลาดตามความสมัครใจ: ช่องทางติดต่อและการตั้งค่า ฐานกฎหมายที่ใช้ตามกรณี: ความยินยอมสำหรับกิจกรรมที่เลือกใช้ฐานนี้ พร้อมสิทธิถอนและคัดค้านการตลาด
  • วิเคราะห์ด้วยเครื่องมือติดตามที่ไม่จำเป็น: ตัวระบุออนไลน์และพฤติกรรมการใช้ตามเครื่องมือจริง ฐานกฎหมายที่ใช้ตามกรณี: ความยินยอมก่อนเปิดใช้เมื่อกฎหมายกำหนด
  • ปฏิบัติตามคำสั่งหน่วยงานหรือใช้สิทธิเรียกร้อง: ข้อมูลที่จำเป็นต่อคำสั่งหรือข้อพิพาท ฐานกฎหมายที่ใช้ตามกรณี: หน้าที่ตามกฎหมาย หรือฐานที่เหมาะสมในการก่อตั้ง ใช้ หรือต่อสู้สิทธิเรียกร้อง

สำหรับประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เราจะพิจารณาความจำเป็น ความคาดหมายตามสมควรของเจ้าของข้อมูล และผลกระทบต่อสิทธิ พร้อมมาตรการลดผลกระทบ ผู้ใช้สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินในส่วนที่เปิดเผยได้


4 ความจำเป็นในการให้ข้อมูล

ข้อมูลที่ระบุว่าเป็นข้อมูลจำเป็นใช้เพื่อสร้างบัญชี ส่งมอบงาน ตรวจสอบการชำระ หรือปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ให้ เราอาจทำกิจกรรมนั้นไม่ได้หรือทำได้ไม่ครบ เราจะแจ้งผลกระทบตามบริบท ส่วนข้อมูลเพื่อการตลาดหรือการติดตามที่ไม่จำเป็นเป็นทางเลือก การไม่ให้หรือถอนความยินยอมไม่กระทบการใช้บริการหลักที่ไม่เกี่ยวข้อง


5 การเปิดเผยข้อมูลและผู้รับข้อมูล

5.1 เราเปิดเผยข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นแก่ผู้รับที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ที่แจ้ง และกำหนดมาตรการคุ้มครองตามบทบาทของผู้รับ ไม่ส่งข้อมูลทั้งหมดในบัญชีให้ทุกผู้ให้บริการ

รายละเอียดมีดังนี้:

  • ผู้ส่งมอบบริการและระบบตรวจยอด: ลิงก์หรือบัญชีเป้าหมาย ประเภทงาน จำนวน และข้อมูลสถานะที่จำเป็นต่อส่งมอบหรือตรวจสอบ
  • ธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงิน: ข้อมูลธุรกรรมและผู้ชำระที่จำเป็นต่อรับเงิน ตรวจสอบ หรือคืนเงิน
  • ผู้ให้บริการโฮสติ้ง คลาวด์ และความปลอดภัย: ข้อมูลที่ระบบจัดเก็บหรือส่งผ่านตามหน้าที่ รวมถึงบันทึกที่จำเป็นต่อการดูแลระบบ
  • ระบบช่วยเหลือ อีเมล และเครื่องมือเชื่อมต่อ: การติดต่อ ข้อความ และข้อมูลรายการที่จำเป็นตามฟังก์ชันที่ใช้
  • ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี หรือที่ปรึกษา: เอกสารหรือข้อมูลที่จำเป็นต่อหน้าที่ พร้อมข้อผูกพันด้านความลับ
  • หน่วยงานรัฐ ศาล หรือผู้มีอำนาจ: ข้อมูลตามคำขอหรือคำสั่งที่มีฐานกฎหมาย โดยตรวจสอบอำนาจและขอบเขตก่อนเปิดเผย
  • ผู้รับโอนกิจการ: ข้อมูลที่จำเป็นต่อธุรกรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมมาตรการจำกัดการเข้าถึงและการแจ้งตามที่จำเป็น

5.2 ผู้ประมวลผลข้อมูลที่ทำตามคำสั่งของเราต้องอยู่ภายใต้ข้อตกลงและมาตรการที่เหมาะสม ส่วนผู้ควบคุมข้อมูลอิสระ เช่น ผู้รับชำระบางประเภท อาจมีหน้าที่และนโยบายของตนเอง การอ้างถึงนโยบายภายนอกไม่ตัดความรับผิดในส่วนที่เราเป็นผู้ดำเนินการ

5.3 เราไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อขายเป็นรายชื่อทางการตลาด และไม่เปิดเผยชื่อผู้ใช้ ยอดเงิน ประวัติออเดอร์ หรือหลักฐานชำระเงินต่อคอมมูนิตี้เพื่อกดดันให้ยุติข้อร้องเรียน หากมีการเผยแพร่รีวิวหรือกรณีศึกษา จะใช้ข้อมูลที่มีสิทธิเผยแพร่หรือขอความยินยอมที่เหมาะสม

5.4 ผู้ใช้สามารถสอบถามรายละเอียดผู้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของตน วัตถุประสงค์การเปิดเผย และมาตรการคุ้มครองผ่านช่องทางติดต่อเรื่องความเป็นส่วนตัว


6 การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ

6.1 หากผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ส่งมอบงาน หรือระบบเชื่อมต่อประมวลผลข้อมูลนอกประเทศไทย ข้อมูลที่จำเป็นอาจถูกส่งไปหรือเข้าถึงจากประเทศที่ผู้ให้บริการนั้นดำเนินงานเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายนี้ ผู้ใช้สามารถสอบถามประเทศปลายทางและผู้รับที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางติดต่อเรื่องความเป็นส่วนตัว

6.2 ก่อนส่งข้อมูล เราจะประเมินว่ามีกลไกตามกฎหมายรองรับ เช่น มาตรฐานคุ้มครองที่เพียงพอ มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม หรือข้อยกเว้นที่ใช้ได้จริง และจัดทำข้อตกลงที่จำเป็น ไม่ถือว่าการยอมรับนโยบายนี้เป็นความยินยอมทั่วไปให้ส่งข้อมูลไปประเทศใดก็ได้

6.3 หากต้องอาศัยความยินยอมโดยเฉพาะ เราจะแจ้งรายละเอียดและความเสี่ยงที่ต้องแจ้งก่อนขอความยินยอม ผู้ใช้สามารถสอบถามกลไกคุ้มครองและขอข้อมูลหรือสำเนาในส่วนที่เปิดเผยได้ผ่านช่องทางความเป็นส่วนตัว


7 ระยะเวลาเก็บรักษาและการลบข้อมูล

7.1 เราเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่แจ้ง การดำเนินการตามคำขอ สิทธิเรียกร้อง และหน้าที่ตามกฎหมาย เมื่อหมดความจำเป็นจะลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ โดยพิจารณาเกณฑ์แยกตามประเภทข้อมูลดังนี้

รายละเอียดมีดังนี้:

  • ข้อมูลบัญชีและการติดต่อ: ระหว่างที่บัญชียังใช้งาน และหลังปิดบัญชีเฉพาะส่วนที่จำเป็นจนจัดการออเดอร์ ยอดคงเหลือ และเรื่องค้างเสร็จ รวมถึงระยะที่ต้องเก็บเพื่อหน้าที่ตามกฎหมายหรือข้อพิพาท
  • ประวัติออเดอร์และ Refill: ตลอดการส่งมอบและรับประกัน รวมถึงช่วงที่จำเป็นต่อข้อร้องเรียนและสิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับรายการนั้น โดยสิ้นสุดเมื่อหมดความจำเป็นหรือหน้าที่ในการเก็บ
  • เอกสารบัญชี ภาษี และธุรกรรม: ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดสำหรับเอกสารแต่ละประเภท โดยนับจากเหตุการณ์ที่กฎหมายนั้นกำหนด และเก็บเพิ่มเติมเฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็นเกี่ยวกับข้อพิพาทหรือคำสั่งที่ชอบ
  • ตั๋วช่วยเหลือและเอกสารแนบ: จนแก้ปัญหาและปิดเรื่อง รวมถึงระยะที่จำเป็นเพื่อใช้หรือต่อสู้สิทธิเรียกร้อง โดยลบไฟล์แนบส่วนที่ไม่จำเป็นต่อการเก็บหลักฐาน
  • บันทึกเข้าใช้และความปลอดภัย: ระหว่างที่จำเป็นต่อการตรวจและป้องกันเหตุผิดปกติ ตามรอบตรวจสอบความปลอดภัยและหน้าที่เก็บบันทึกที่กฎหมายกำหนด หากมีเหตุจะจำกัดการเก็บต่อเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง
  • หลักฐานยืนยันธุรกรรมเพิ่มเติม: จนตรวจสอบเสร็จ และเก็บต่อเฉพาะข้อมูลที่ยังจำเป็นต่อการยืนยันผล ข้อพิพาท หรือหน้าที่ตามกฎหมาย โดยลบส่วนเกินความจำเป็น
  • ข้อมูล Affiliate และ KYC: ตลอดระยะที่จำเป็นต่อการจัดการสิทธิ ค่าคอมมิชชัน การถอน การตรวจสอบบัญชี และข้อพิพาทที่เกี่ยวข้อง รวมถึงช่วงที่จำเป็นต่อการรักษาหลักฐานการฉ้อโกงหรือการใช้สิทธิโดยมิชอบ
  • ความยินยอมและคำขอใช้สิทธิ: ระหว่างกิจกรรมที่อาศัยความยินยอมหรือการพิจารณาคำขอ และช่วงที่จำเป็นเพื่อแสดงการปฏิบัติตามหน้าที่หรือตรวจสอบข้อโต้แย้ง
  • ข้อมูลการตลาด: จนถอนความยินยอม คัดค้าน หรือสิ้นสุดวัตถุประสงค์การตลาด โดยอาจเก็บข้อมูลขั้นต่ำเพื่อเคารพคำขอไม่รับการตลาด
  • ข้อมูลสำรอง: จนข้อมูลถูกลบหรือแทนที่ตามรอบสำรองที่จำเป็นต่อการกู้คืนระบบ โดยจำกัดการเข้าถึงและการนำกลับมาใช้งาน

7.2 กรณีมีข้อพิพาท การตรวจสอบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เราอาจแยกเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นจนหมดเหตุ โดยจำกัดสิทธิการเข้าถึงและไม่ใช้ต่อเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

7.3 การลบบัญชีอาจไม่ลบข้อมูลออกจากสำรองทุกชุดทันที ข้อมูลจะถูกจำกัดการใช้งานและหมดไปตามรอบที่แจ้ง หากต้องกู้คืนระบบ จะมีขั้นตอนจัดการคำขอลบเดิมเพื่อไม่ให้ข้อมูลกลับมาใช้งานโดยไม่มีฐานกฎหมาย


8 การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

8.1 เราจะจัดให้มีมาตรการด้านองค์กรและเทคนิคที่เหมาะสมกับความเสี่ยง เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การแก้ไข หรือเปิดเผยโดยไม่มีสิทธิ รวมถึงกำหนดผู้รับผิดชอบและทบทวนมาตรการเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบบหรือความเสี่ยง

8.2 เราจะกำหนดสิทธิการเข้าถึงเท่าที่จำเป็น จัดการข้อมูลยืนยันตัวตนอย่างเหมาะสม ป้องกันข้อมูลระหว่างรับส่ง และดูแลระบบให้สอดคล้องกับความเสี่ยง รวมถึงการบันทึกเหตุสำคัญ การสำรองและกู้คืน และการกำกับผู้รับจ้างที่เกี่ยวข้อง โดยทบทวนมาตรการเมื่อพบความเสี่ยงหรือมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

8.3 เราจำกัดผู้เข้าถึงข้อมูลตามหน้าที่ และกำหนดข้อผูกพันด้านความลับแก่บุคลากรหรือผู้รับจ้างที่เกี่ยวข้อง ไม่รับรองว่าระบบใดปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์ทุกสถานการณ์ แต่ยังคงมีหน้าที่ป้องกัน รับมือ และเยียวยาตามกฎหมาย

8.4 ผู้ใช้ควรใช้รหัสผ่านที่เหมาะสม ตรวจโดเมนก่อนเข้าสู่ระบบ ไม่เผยแพร่ API key และแจ้ง ฝ่ายช่วยเหลือผ่านช่องทางทางการของ SMMSUPER เมื่อสงสัยเหตุผิดปกติ คำแนะนำนี้ไม่โอนหน้าที่รักษาความปลอดภัยของระบบจากเราไปให้ผู้ใช้


9 การจัดการเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

9.1 เมื่อทราบเหตุ เราจะตรวจสอบ จำกัดผลกระทบ ประเมินความเสี่ยง รักษาหลักฐาน และดำเนินการแก้ไขตามความจำเป็น

9.2 หากเหตุเข้าข่ายต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เราจะแจ้งโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ ตามหลักเกณฑ์และข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด หากมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เราจะแจ้งเจ้าของข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยไม่ชักช้า พร้อมแนวทางลดผลกระทบและช่องทางติดต่อ


10 สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

10.1 ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นของกฎหมาย เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูล รวมถึงขอให้เปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูลที่ได้มาโดยไม่ได้รับความยินยอม ขอแก้ไขข้อมูล ขอรับหรือโอนข้อมูลในกรณีที่เข้าเงื่อนไข คัดค้านการประมวลผล ขอระงับการใช้ และขอลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

10.2 หากกิจกรรมอาศัยความยินยอม สามารถถอนความยินยอมได้โดยไม่ยากกว่าตอนให้ความยินยอม การถอนมีผลต่อกิจกรรมในอนาคตและไม่กระทบความชอบด้วยกฎหมายของการดำเนินการก่อนถอน เราจะแจ้งหากการถอนมีผลต่อฟังก์ชันเฉพาะที่เกี่ยวข้อง

10.3 เจ้าของข้อมูลมีสิทธิคัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรงได้ เมื่อได้รับคำคัดค้าน เราจะหยุดใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์นั้นตามกฎหมาย การยกเลิกรับการตลาดไม่ระงับข้อความจำเป็นเกี่ยวกับธุรกรรมหรือความปลอดภัย

10.4 ยื่นคำขอผ่านช่องทางติดต่อเรื่องความเป็นส่วนตัวตามข้อ 1.2 ของนโยบายนี้ โดยระบุสิทธิที่ต้องการใช้และข้อมูลเพียงพอให้ค้นหาและยืนยันตัวตน เราจะขอหลักฐานเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็น หากมีผู้แทนจะตรวจอำนาจแทนตามความเหมาะสม

10.5 คำขอเข้าถึงและรับสำเนาที่ไม่อาจปฏิเสธได้จะดำเนินการโดยไม่ชักช้าและไม่เกิน 30 วันนับแต่ได้รับคำขอ ส่วนสิทธิอื่นจะดำเนินการตามกำหนดที่กฎหมายใช้บังคับ หากปฏิเสธหรือทำได้เพียงบางส่วน จะอธิบายเหตุผลและช่องทางร้องเรียนตามที่กฎหมายกำหนด ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมโดยไม่มีฐานกฎหมาย

10.6 ผู้ใช้สามารถร้องเรียนเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลที่ไม่ชอบต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางทางการ การติดต่อเราก่อนไม่ใช่การสละสิทธิหรือเงื่อนไขบังคับก่อนร้องเรียน


11 ผู้เยาว์และข้อมูลบุคคลอื่น

11.1 เมื่อการประมวลผลข้อมูลผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย เราจะขอและตรวจสอบตามเงื่อนไขของกฎหมาย หากพบข้อมูลที่ไม่มีฐานให้ประมวลผล เราจะจำกัดการใช้และดำเนินการที่เหมาะสม

11.2 ผู้ส่งข้อมูลบุคคลอื่นต้องมีสิทธิและได้แจ้งรายละเอียดที่จำเป็นแก่บุคคลนั้น แต่เรายังคงรับผิดชอบฐานกฎหมาย การแจ้งข้อมูล และหน้าที่ของเราเองตามบทบาทจริง หากได้รับคำขอจากลูกค้าปลายทาง จะตรวจสอบบทบาทและประสานผู้ควบคุมข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยไม่เพิกเฉยต่อคำขอ


12 ระบบอัตโนมัติและการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่

หากมีการใช้กฎอัตโนมัติเพื่อตรวจชำระเงิน คำนวณสิทธิสมาชิก ตรวจยอด Refill ตรวจความสัมพันธ์ของบัญชี คำนวณหรือระงับสิทธิ Affiliate หรือแจ้งความเสี่ยง ผลอาจได้รับผลกระทบจากข้อมูลไม่ครบหรือความคลาดเคลื่อนของแหล่งข้อมูล ผู้ใช้สามารถติดต่อขอให้เจ้าหน้าที่ทบทวนผลที่เกี่ยวกับออเดอร์ เครดิต ค่าคอมมิชชัน หรือการจำกัดบัญชีได้ เราจะอธิบายเหตุหลักในส่วนที่เปิดเผยได้โดยไม่กระทบความปลอดภัยหรือสิทธิของบุคคลอื่น


13 เว็บไซต์ภายนอกและการเปลี่ยนนโยบาย

13.1 ลิงก์หรือเครื่องมือภายนอกอาจมีนโยบายของตนเอง ผู้ใช้ควรอ่านก่อนส่งข้อมูล นโยบายของเว็บไซต์ภายนอกไม่ครอบคลุมหรือแทนที่หน้าที่ของเราสำหรับข้อมูลที่เราเก็บและเปิดเผยเอง

13.2 นโยบายฉบับล่าสุดมีผลตั้งแต่วันที่เผยแพร่บนเว็บไซต์และใช้กับผู้ใช้เดิมและผู้ใช้ใหม่ รวมถึงข้อมูลที่ยังคงถูกประมวลผลอยู่ในวันที่นโยบายมีผล หากวัตถุประสงค์ใหม่หรือกิจกรรมใดต้องได้รับความยินยอมโดยเฉพาะ เราจะขอความยินยอมแยกต่างหากก่อนดำเนินการ


ส่วนที่ 2 นโยบายคุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน

1 ขอบเขตและประเภท

คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน เช่น local storage หรือตัวระบุออนไลน์ อาจใช้เพื่อจดจำการเข้าสู่ระบบ รักษาความปลอดภัย บันทึกการตั้งค่า และวิเคราะห์การใช้งาน เฉพาะประเภทที่มีติดตั้งจริงตามรายการต่อไปนี้

รายละเอียดมีดังนี้:

  • จำเป็นต่อบริการ: รักษาเซสชัน ความปลอดภัย และบันทึกตัวเลือกความเป็นส่วนตัว การเลือกของผู้ใช้: ใช้เท่าที่จำเป็นตามฐานกฎหมายที่เหมาะสม การบล็อกอาจทำให้ฟังก์ชันหลักไม่ทำงาน
  • การตั้งค่าเพิ่มเติม: จดจำตัวเลือกที่ไม่จำเป็นต่อบริการหลัก การเลือกของผู้ใช้: เปิดใช้ตามตัวเลือกหรือความยินยอมที่จำเป็น
  • วิเคราะห์และวัดผล: วัดการเข้าใช้ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ที่ระบุตัวผู้ใช้หรืออุปกรณ์ได้ การเลือกของผู้ใช้: ขอความยินยอมก่อนเปิดใช้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด และปฏิเสธได้
  • โฆษณาและติดตาม: วัดโฆษณาหรือเชื่อมพฤติกรรมข้ามบริการ ถ้ามีติดตั้ง การเลือกของผู้ใช้: ต้องมีตัวเลือกที่ชัดเจนและขอความยินยอมก่อนตามที่กฎหมายกำหนด


2 การใช้และระยะเวลาของคุกกี้

คุกกี้และตัวระบุที่ใช้อาจมีอายุเท่ากับช่วงการใช้งานหนึ่งครั้ง หรือคงอยู่จนสิ้นสุดระยะที่กำหนดตามหน้าที่ของคุกกี้ เช่น การจดจำตัวเลือกของผู้ใช้ ระยะเวลาต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์และไม่เก็บเกินจำเป็น ผู้ใช้สามารถสอบถามรายละเอียดตัวระบุ ผู้ให้บริการ วัตถุประสงค์ และอายุที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางติดต่อเรื่องความเป็นส่วนตัว


3 การจัดการตัวเลือก

สำหรับเครื่องมือที่ไม่จำเป็นและต้องอาศัยความยินยอม เราจะขอความยินยอมก่อนเปิดใช้ พร้อมแจ้งวัตถุประสงค์ ผู้ให้บริการ และระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้สามารถปฏิเสธหรือถอนความยินยอมได้ผ่านวิธีที่แสดงขณะขอความยินยอม การเลื่อนหน้าเว็บหรือปิดข้อความแจ้งไม่ถือเป็นความยินยอม

ผู้ใช้สามารถลบหรือบล็อกคุกกี้ผ่านการตั้งค่าเบราว์เซอร์ได้เพิ่มเติม การบล็อกคุกกี้ที่จำเป็นอาจทำให้การเข้าสู่ระบบหรือบางฟังก์ชันทำงานไม่ได้ ส่วนการปฏิเสธเครื่องมือวิเคราะห์หรือการตลาดที่ไม่จำเป็นไม่ควรทำให้ใช้บริการหลักที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้ หากมีปัญหาในการจัดการตัวเลือก ให้ติดต่อช่องทางความเป็นส่วนตัวเพื่อรับความช่วยเหลือ


> นโยบายโปรแกรม Affiliate (affiliate-program-policy)